วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ถ้ำพระพุทธ ที่เงื้อมเขาพระเจ้าบรรทม

 พระพุทธไสยาศ ประติมากรรมขนาดใหญ่ในถ้ำพระพุทธ

...วัดถ้ำพระพุทธ ปัจจุบันเป็นวัดราษฎร์ มหานิกาย สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2374 โดยพ่อท่านฉางหลวง สร้างขึ้นเพราะบนภูเข้าหน้าถ้ำมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่อยู่แล้ว จึงให้นามว่า “วัดถ้ำพระพุทธ” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2465 (สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 2565; ภาณุวัฒน์ เอื้อสามาลย์ และคณะ 2561: 124)...

พระนอน หรือเรียกอย่างไพเราะว่าพระไสยาศ มาจากคำว่า ไสยา หมายถึง การนอนหรือที่นอน, อีศ (อีส) หมายถึง ยิ่งใหญ่ โดยรวมคือ การนอนที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าการนอนทั่วไป เพราะเป็นการแสดงสีหไสยาศของพระบรมศาสดา เรื่องนี้อาจโยงถึงอิริยาบถ ๔ ในมหาสติปัฏฐานสูตร หมวด กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน จึงบ่งชี้ได้ว่าพระพุทธไสยาศเป็นประติมากรรมที่แสดงบุคคลาธิษฐานของพระธรรมด้วยประการหนึ่ง


พระนอน ยังอาจเป็นประติมากรรมเล่าเรื่องตอนพระพุทธเจ้าโปรดอสุรินทราหู ในตำนานทางพระพุทธศาสนา กล่าวถึงยักษ์ผู้เป็นใหญ่นามว่าอสุรินทราหู ได้ยินเรื่องการบังเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้า แต่ด้วยความประมาทจึงยึดมั่นในศักดิ์และกายของตนว่ายิ่งใหญ่ คิดไปว่าการไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ที่เป็นมนุษย์นั้น จะอุปมาดุจตนผู้เป็นพญาช้างจะก้มดูมดตัวน้อย พอคลายทิฐิลงบ้างแล้วได้มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ก็เนรมิตพระวรกายให้ใหญ่โตรออยู่ก่อน โดยแสดงสีหไสยาศอยู่บนพระแท่นภายในพระคันธกุฎี ขณะนั้นมีอสุรินทราหูผู้เดียวจะเห็นพุทธนิมิตนี้ พระพุทธองค์จึงทรงสั่งสอนด้วยสาระที่ว่า สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่ตนรู้เห็นและยึดถือว่ามากมายแล้วนั้น อาจเป็นเพียงปลาตัวน้อยในมหาสมุทร การประมาทตัดสินผู้อื่นยึดถือไปตามอารมณ์ อาจนำพาไปสู่การพลาดพลั้งครั้งใหญ่ แล้วทรงพาอสุรินทราหูไปยังพรหมโลกเพื่อให้เห็นเหล่าพรหมที่มีกายใหญ่โตและอายุยืนยาวกว่าอสุรินทราหูหลายเท่า

ผมเคยได้มีโอกาสฟังพระธรรมเทศนาจากพระธรรมวชิรญาณโกศล วิ. หรือหลวงพ่อเยื้อน ณ วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร ในค่ำวันหนึ่ง ท่านเมตตาแสดงธรรมให้ฟังเป็นการเฉพาะโดยมีศิษย์วัดทั้งหลายนั่งฟังอยู่ด้วย ตอนหนึ่งท่านพูดถึงอสรินทราหูนี้ว่าอุปมาดุจความตาย แต่พระองค์แสดงภาวะการตายจากกิเลสสิ้นเชิง คือการนอนตายที่ยิ่งกว่าตายโดยทั่วไป หากพิจารณาจากหลักธรรมนั้นจะเห็นได้ว่าคล้ายแนวคิดเรื่องพระวิษณุบรรทมเหนืออนันตนาคราช เพียงแต่การนอนของพระพุทธองค์ คือการดับกิเลสแล้วปรินิพพาน หาใช่การเกิดแบบเทพเจ้า

พระไสยาศ ภายในเพิงผากลางหุบเขาของเทือกเขานครศรีธรรมราชองค์นี้ ถูกสร้างครั้งแรกเมื่อไรไม่อาจทราบได้ จนกระทั่งมีการเข้ามาจัดตั้งเป็นวัดในสมัยรัตนโกสินทร์ มีลักษณะเป็นประติมากรรมพระพุทธรูปโบราณขนาดใหญ่สร้างอยู่ในที่สงัดห่างไกลตัวเมือ จึงจำต้องได้รับการอุปถัมภ์ให้สร้างขึ้นเป็นพิเศษ โดยกลุ่มช่างฝีมือและนักปราชญ์ พระไสยาศองค์นี้จึงงดงามเป็นที่ประจักษ์ ทั้งสื่อความหมายถึงจักรวาลโดยการสร้างฐานเป็นแท่นบรรทมที่มีคูหาช้างล้อมแบบพระบรมธาตุเจดีย์ กล่าวคือการให้ความหมายแด่องค์พระว่าเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามคติลังกา เชื่อได้ว่าพระพุทธรูปองค์นี้คงสร้างขึ้นโดยการอุปถัมภ์ของบุคคลระดับเจ้านครมาในครั้งโบราณ อาจมีอายุย้อนไปถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๐ หากแต่ต้องรอหลักฐานยืนยันทางโบราณคดีในอนาคต กอปรกับหากพิจารณาจากพื้นที่ตั้งที่มีลักษณะเป็นหุบเขาล้อมรอบพื้นที่ราบ ขนาดพอที่จะตั้งหมู่บ้านได้ สักห้าสิบหลังคาเรือน และมีลำธารไหลผ่านออกมาจากด้านในหุบเขา มีทางเข้าออกทางเดียวคือช่องเขาที่ลำธารไหลออกไป จึงมีสัณฐานคล้ายป้อมปราการธรรมชาติขนาดกะทัดรัด สามารถใช้ประโยชน์ได้ในกรณีฉุกเฉิน หรือใช้เป็นที่ตั้งอารามในที่สงัดได้อย่างดี




คติการสร้างพระนอนในถ้ำ เป็นที่นิยมอย่างมากมาตั้งแต่โบราณ มีการสร้างขึ้นในหลายแห่งทั่วประเทศ เช่น ภาพสลักพระนอนสมัยทวารวดีในถ้ำฝาโถ จังหวัดราชบุรี, พระนอนในถ้ำคูหาภิมุข จังหวัดยะลา เป็นต้น 

โดยทั่วไปถ้ำที่ปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ มักจะเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมบางอย่าง โดยมากมักเกี่ยวข้องกับความเชื่อหลังความตาย ทำให้ถ้ำเหล่านั้นถูกยกให้เป็นพื้นที่ของบรรพบุรุษ ได้รับความเคารพสืบเนื่องมายาวนาน ต่อมาเมื่อสังคมได้รับแนวคิดและยอมรับนับถือศาสนาพุทธ การใช้พื้นที่ของบรรพชนผสานเข้ากับแนวคิดทางพระพุทธศาสนาจึงเป็นที่นิยม และทำให้ปรากฏถ้ำพระหลายแห่งที่มีร่องรอยที่อาจเป็นการใช้พื้นที่ทับซ้อนหรืออาจสืบเนื่องอย่างมีนัย 

อย่างไรก็ดีตัวอย่างการใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือความสงบวิเวกตามบริบทของวัดป่า อันเป็นแหล่งสัปปายะของผู้ปฏิบัติธรรม ก็ล้วนเป็นที่สั่งสมภูมิปัญญาและมรดกจากอดีต ที่สะท้อนแนวคิดและปรัชญาลึกซึ้งที่มีคุณค่าในหลากหลายมิติ





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น